หัวข้อ “การใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการและให้บริการ”


ระบบราชการในยุคดิจิทัลต้องเปลี่ยนผ่านจากระบบราชการแบบเดิมที่เน้นขั้นตอนและอำนาจรวมศูนย์ ไปสู่ระบบที่คล่องตัว ยืดหยุ่น และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อตอบสนองต่อโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและข้อมูล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรมีแผนยุทธศาสตร์ดิจิทัลที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ เช่น การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) การใช้ระบบบริการสาธารณะผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล และการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะเพื่อความโปร่งใส ท้องถิ่นควรลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ระบบ Cloud และการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน (Interoperability) พร้อมพัฒนาทักษะดิจิทัลให้บุคลากรมีความรู้และสามารถใช้เทคโนโลยีในการทำงานได้
การมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น แอปแจ้งเหตุ ร้องเรียน หรือรับฟังความคิดเห็นออนไลน์ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความโปร่งใสในการบริหาร การขับเคลื่อนท้องถิ่นด้วยดิจิทัลจะนำไปสู่บริการที่รวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้ และลดภาระประชาชน ซึ่งจะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ และเสริมสร้างความยั่งยืนให้กับระบบราชการในระยะยาว ภาครัฐควรสนับสนุนนวัตกรรมในท้องถิ่น เปิดพื้นที่ทดลอง (Local Sandbox) และสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนในรูปแบบ Public-Private Partnership (PPP) เพื่อสร้างการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่องการเปลี่ยนผ่านนี้จะสำเร็จได้ ต้องมีผู้นำองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ดิจิทัล งบประมาณที่เพียงพอ และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่พร้อมเปิดรับการเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตของท้องถิ่นไทยในโลกดิจิทัล.
สรุปโดย นางสาวกาญจนา แสนสิมมา และ นางจุฑาทิพ เล็กอุดากร
ห้วข้อ “Big Data และ AI กับการวางแผนยุทธศาสตร์ท้องถิ่น”


ในยุคแห่งข้อมูลข่าวสาร การนำ Big Data และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเป็นเครื่องมือในการวางแผนยุทธศาสตร์ท้องถิ่นได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพของการบริหารภาครัฐอย่างเป็นระบบและมีเป้าหมายชัดเจน โดยเฉพาะในระดับท้องถิ่นที่ต้องตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็วและแม่นยำ การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่จากหลากหลายแหล่ง เช่น ข้อมูลประชากร พฤติกรรมการใช้บริการ การร้องเรียน หรือข้อมูลเชิงพื้นที่ ทำให้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถคาดการณ์แนวโน้มปัญหาและกำหนดนโยบายได้อย่างตรงจุด ขณะที่ AI มีบทบาทในการประมวลผล วิเคราะห์ และแนะนำทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์อย่างแม่นยำ ช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อน เพิ่มความรวดเร็วในการตัดสินใจ และสนับสนุนการให้บริการสาธารณะที่มีคุณภาพ โปร่งใส และเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง ทั้งนี้ การวางรากฐานด้านโครงสร้างข้อมูล การพัฒนาทักษะบุคลากร และการสร้างความเข้าใจของภาคประชาชนจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญในการนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงในระดับท้องถิ่น
สรุปโดย นายกรัณย์ กาฬภักดี และนางสาวธัญจิรา โตนไธสง
ห้วข้อ “การขับเคลื่อนท้องถิ่นด้วยนวัตกรรมและการมีส่วนร่วม”


การขับเคลื่อนท้องถิ่นด้วยนวัตกรรมและการมีส่วนร่วม เป็นการพัฒนาท้องถิ่นโดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี หรือวิธีการใหม่ๆ ร่วมกับการเปิดพื้นที่ให้ประชาชน ชุมชน ภาคเอกชน และทุกภาคส่วน เข้ามามีบทบาทในการกำหนด ทบทวน และร่วมดำเนินนโยบายหรือโครงการต่างๆ ของท้องถิ่น โดยมีองค์ประกอบของนวัตกรรมในระดับท้องถิ่น ได้แก่ นวัตกรรมด้านการบริหารจัดการ (Management Innovation) นวัตกรรมด้านสังคม (Social Innovation) นวัตกรรมเชิงพื้นที่ (Area-based Innovation) นวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation) และระดับขั้นของหารมีส่วนร่วม ประกอบด้วย 5 ระดับ ดังนี้ รับรู้ข้อมูล (Informing) แสดงความคิดเห็น (Consulting) มีส่วนร่วมตัดสินใจ (Deciding) ร่วมดำเนินการ (Collaborating) ร่วมรับผิดชอบ (Empowering) สรุปได้ว่า “การขับเคลื่อนท้องถิ่นด้วยนวัตกรรมและการมีส่วนร่วม” คือการเปลี่ยน ‘ประชาชน’ จากผู้รับบริการมาเป็น ‘เจ้าของการพัฒนา’ ที่ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมดูแลพื้นที่ของตนเอง โดยใช้นวัตกรรมเป็นเครื่องมือในการสร้างประสิทธิภาพและความยั่งยืน”
สรุปโดย นางสาวจุติพร ภักดีนรินทร์ และนางสาวลษิดา เพ็งประโคน
หัวข้อ “การปรับตัวขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล”


องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยมุ่งพัฒนาระบบบริการประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น e-service และแอปพลิเคชันร้องเรียน รวมถึงการบริหารงานภายในด้วยระบบดิจิทัล เช่น สารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ และบัญชีออนไลน์ ขณะเดียวกัน อปท. ต้องพัฒนาทักษะบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ปัญหาใหญ่ที่พบ ได้แก่ ความเหลื่อมล้ำด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากรขาดทักษะ และงบประมาณจำกัด จึงควรมีการสนับสนุนจากรัฐด้านงบประมาณ การฝึกอบรม และการกำหนดยุทธศาสตร์ดิจิทัลระดับชาติเพื่อให้ท้องถิ่นไทยสามารถปรับตัวได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
สรุปโดย นายอุทัย อุ้มรัมย์ และนางวรารัตน์ แป้นประโคน
หัวข้อ เทคโนโลยีกับธรรมาภิบาล: เส้นทางสู่รัฐเปิดเผยและโปร่งใส


การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะเทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศ มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมหลักธรรมาภิบาลของภาครัฐ เพื่อให้เกิดการบริหารที่เปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งจะนำไปสู่การสร้าง “รัฐเปิดเผย” (Open Government) ที่ทันสมัย มีความน่าเชื่อถือ และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเทคโนโลยีช่วยให้ภาครัฐสามารถเปิดเผยข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็วและครอบคลุม รับฟังเสียงประชาชนผ่านช่องทางดิจิทัล ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อลดขั้นตอนและความซับซ้อนในการให้บริการเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบ และลดโอกาสการทุจริตคอร์รัปชัน “เทคโนโลยี” ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือทางเทคนิค แต่เป็นพลังขับเคลื่อนหลักที่จะช่วยให้ภาครัฐดำเนินงานบนหลักธรรมาภิบาลได้อย่างแท้จริง และเป็น “เส้นทาง” ที่นำไปสู่การสร้างความโปร่งใส ความไว้วางใจ และการพัฒนาที่มีส่วนร่วมในสังคมยุคใหม่
สรุปโดย นายภูดิศ ห่วงเนาวกุล และนางสาวไพลิน ดิษยเกษม


ผลงานรายวิชาสัมมนาทางรัฐประศาสนศาสตร์ ระดับบัณฑิตศึกษา สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ รุ่น 67 มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์


