ผลงานนักศึกษา: ธรรมาภิบาลในการบริหารงานภาครัฐ [การบูรณาการหลักธรรมาภิบาลและเทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารงานภาครัฐ]


นักศึกษาสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต (รป.บ.) ภาค กศ.บป. ชั้นปีที่ 3 ในรายวิชา 2553304 นำเสนอผลงานนักศึกษา: ธรรมาภิบาลในการบริหารงานภาครัฐ [การบูรณาการหลักธรรมาภิบาลและเทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารงานภาครัฐ] โดยการใช้กระบวนการ 5ส (สงสัย สืบค้น สังเคราะห์ สร้างสรรค์ เสนองาน)


ธรรมาภิบาลในการบริหารงานภาครัฐ: การบูรณาการหลักธรรมาภิบาลและเทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารงานภาครัฐ
ธนวัฒน์ แก้วเจ๊ก1, ธราธิป ตั้งเกตุแก้ว2, ประนอม เพ็งพิศ3, รุจิรา คชไกร4
นักศึกษาสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
1. บทนำ
ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทอย่างมากในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม การบริหารงานภาครัฐจึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของประชาชน (สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.), 2566 [1]) การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารงานภาครัฐ หรือที่เรียกว่า “การเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัล” (Digital Government Transformation) มิได้หมายถึงเพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้ทดแทนกระบวนการเดิม แต่ยังรวมถึงการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์และวัฒนธรรมการทำงานเพื่อให้สอดคล้องกับ หลักธรรมาภิบาล (Good Governance) ได้กลายเป็นแนวคิดสำคัญในการบริหารจัดการภาครัฐทั่วโลก โดยมุ่งเน้นการสร้างระบบการบริหารที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ รับผิดชอบ และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม [9, 10] บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์แนวทางการบูรณาการหลักธรรมาภิบาลเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารงานภาครัฐ โดยจะทำการวิเคราะห์การเชื่อมโยงระหว่างหลักธรรมาภิบาลและเทคโนโลยีดิจิทัล นำเสนอตัวอย่างกรณีศึกษา สังเคราะห์แนวทางการบูรณาการ คาดการณ์แนวโน้ม และอ้างอิงแหล่งข้อมูลจากเว็บไซต์เพื่อสนับสนุนข้อเสนอแนะ
2. หลักการสำคัญของธรรมาภิบาลในระดับสากลและในประเทศไทย
ระดับสากล: หลักธรรมาภิบาลที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลมักอ้างอิงถึงแนวคิดขององค์การสหประชาชาติ (United Nations) และธนาคารโลก (World Bank) ซึ่งประกอบด้วยหลักการสำคัญดังนี้ [2, 10] :
– ความรับผิดชอบ (Accountability)
– ความโปร่งใส (Transparency)
– นิติธรรม (Rule of Law)
– การตอบสนอง (Responsiveness)
– ความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ (Equity and Inclusiveness)
– ประสิทธิภาพและประสิทธิผล (Efficiency and Effectiveness)
– การมีส่วนร่วม (Participation)
ในประเทศไทย: หลักธรรมาภิบาลสำหรับภาครัฐในประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากหลักการสากล แต่มีการปรับให้เข้ากับบริบทและวัฒนธรรมไทย โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ได้กำหนดหลักธรรมาภิบาลในการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และมีการปรับปรุงเพิ่มเติม ซึ่งโดยทั่วไปประกอบด้วยหลักการที่สอดคล้องกับหลักการสากล เช่น หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ และหลักความคุ้มค่า [9]
3. การวิเคราะห์การเชื่อมโยงระหว่างหลักธรรมาภิบาลและเทคโนโลยีดิจิทัล
หลักธรรมาภิบาลประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญหลายประการที่สามารถเสริมสร้างและได้รับการสนับสนุนจากการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ ดังนี้
หลักนิติธรรม (Rule of Law): เทคโนโลยีดิจิทัลสามารถช่วยให้การเข้าถึงกฎหมาย ระเบียบ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว ทำให้ประชาชนและหน่วยงานภาครัฐมีความเข้าใจที่ตรงกันและปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ระบบดิจิทัลยังสามารถช่วยในการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมมากขึ้น [3]
หลักความโปร่งใส (Transparency): เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐสู่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง งบประมาณ โครงการภาครัฐ หรือสถิติข้อมูลต่างๆ การเปิดเผยข้อมูลผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือแพลตฟอร์มข้อมูลเปิด (Open Data Platform) จะช่วยให้ประชาชนสามารถตรวจสอบการทำงานของภาครัฐและลดโอกาสการทุจริต [4]
หลักความรับผิดชอบ (Accountability): ระบบดิจิทัลสามารถช่วยในการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐได้อย่างชัดเจน ทำให้สามารถระบุผู้รับผิดชอบและนำไปสู่การปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน นอกจากนี้ ช่องทางดิจิทัลยังเป็นเครื่องมือให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือร้องเรียนเกี่ยวกับการบริการของภาครัฐ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความรับผิดชอบ [5]
หลักการมีส่วนร่วม (Participation): เทคโนโลยีดิจิทัลเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย การตัดสินใจ และการตรวจสอบการทำงานของภาครัฐได้ง่ายขึ้น ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น การรับฟังความคิดเห็นออนไลน์ การสำรวจความคิดเห็น การระดมความคิด (Crowdsourcing) หรือแพลตฟอร์มการมีส่วนร่วมของประชาชน [6]
หลักประสิทธิภาพและประสิทธิผล (Efficiency and Effectiveness): การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารงานภาครัฐช่วยลดขั้นตอนการทำงาน ลดการใช้ทรัพยากร และเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการประชาชน นอกจากนี้ การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) ยังช่วยให้ภาครัฐสามารถเข้าใจความต้องการของประชาชนและออกแบบบริการที่ตอบสนองความต้องการได้อย่างตรงจุด [7]
4. ตัวอย่างกรณีศึกษาผลกระทบของการนำหลักธรรมาภิบาลไปใช้ในการบริหารงานภาครัฐ
เชิงบวก : โครงการ “Open Data” ของรัฐบาลไทย: การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐในรูปแบบที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและนำไปใช้ประโยชน์ได้ ช่วยส่งเสริมความโปร่งใส ลดโอกาสการทุจริต และกระตุ้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ [1] เชิงลบ: กรณีการทุจริตในโครงการขนาดใหญ่: หากขาดหลักความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการดำเนินโครงการ อาจนำไปสู่ปัญหาการทุจริต การใช้งบประมาณที่ไม่คุ้มค่า และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน [1]
5. แนวทางการประยุกต์ใช้หลักธรรมาภิบาลเพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาการบริหารงานภาครัฐในบริบทปัจจุบัน
ในบริบทปัจจุบันที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญ การประยุกต์ใช้หลักธรรมาภิบาลควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ (Digital Transformation) สามารถช่วยแก้ไขปัญหาและพัฒนาการบริหารงานภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้ [9, 10, 11]
5.1 การเพิ่มประสิทธิภาพ
5.1.1 นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการปรับปรุงกระบวนการทำงาน ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และอำนวยความสะดวกในการให้บริการประชาชน [9, 10, 11]
5.1.2 ใช้ระบบดิจิทัลในการบริหารจัดการข้อมูลและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ [9, 10, 11]
5.2 การส่งเสริมความโปร่งใส
5.2.1 เปิดเผยข้อมูลภาครัฐผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายและเข้าใจได้ (อ้างอิงจากหลักความโปร่งใส [9, 10, 11]
5.2.2 ใช้เทคโนโลยี Blockchain เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสในการทำธุรกรรมภาครัฐ [9, 10, 11]
5.3 การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน
5.3.1 พัฒนาระบบออนไลน์สำหรับการรับฟังความคิดเห็น การแสดงข้อเสนอแนะ และการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ [9, 10, 11]
5.3.2 ใช้ Social Media และแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆ เพื่อสร้างช่องทางการสื่อสารสองทางระหว่างภาครัฐและประชาชน [10, 11]
5.4 การเสริมสร้างความรับผิดชอบ
5.4.1 พัฒนาระบบการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐอย่างเป็นระบบและเปิดเผย [9, 10, 11]
5.4.2 ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการตรวจสอบการทุจริตและประพฤติมิชอบ (อ้างอิงจากหลักนิติธรรม [9, 10, 11]
6. การเปรียบเทียบและวิเคราะห์ความแตกต่างหรือความคล้ายคลึงของหลักธรรมาภิบาลในภาครัฐกับภาคธุรกิจหรือภาคส่วนอื่นๆ ของสังคม
6.1 ความคล้ายคลึง: หลักธรรมาภิบาลในทุกภาคส่วนต่างให้ความสำคัญกับหลักการพื้นฐาน เช่น ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ นิติธรรม และการมีส่วนร่วม เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความยั่งยืนในการดำเนินงาน [9, 10, 11]
6.2 ความแตกต่าง [9, 10, 11]
6.2.1 เป้าหมายหลัก: ภาครัฐมีเป้าหมายหลักในการให้บริการประชาชนและสร้างประโยชน์ส่วนรวม ในขณะที่ภาคธุรกิจมีเป้าหมายหลักในการแสวงหาผลกำไร
6.2.2 ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย: ภาครัฐมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่หลากหลายและกว้างขวางกว่าภาคธุรกิจ ซึ่งรวมถึงประชาชนทุกกลุ่ม
6.2.3 ความรับผิดชอบ: ภาครัฐมีความรับผิดชอบต่อสาธารณะในวงกว้างกว่าภาคธุรกิจ และต้องมีความรับผิดชอบทางการเมืองด้วย
6.2.4 ความโปร่งใส: ระดับความโปร่งใสที่คาดหวังในภาครัฐมักจะสูงกว่าภาคธุรกิจ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรของรัฐและผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง
6.2.5 การตรวจสอบ: กลไกการตรวจสอบภาครัฐมีความหลากหลายและซับซ้อนกว่าภาคธุรกิจ ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบจากรัฐสภา องค์กรอิสระ และภาคประชาชน
7. การประเมินความสำคัญและผลกระทบของหลักธรรมาภิบาลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อภาครัฐ และต่อการพัฒนาประเทศโดยรวม
หลักธรรมาภิบาลมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อภาครัฐ หากภาครัฐบริหารงานด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม รับผิดชอบ และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม จะส่งผลให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น ไว้วางใจ และให้ความร่วมมือในการดำเนินงานต่างๆ ของรัฐ [9, 10, 11] ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน: [9, 10, 11] – เพิ่มความไว้วางใจ: การบริหารงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ช่วยลดข้อสงสัยและความไม่ไว้วางใจของประชาชน [9, 10, 11] – เสริมสร้างความศรัทธา: การดำเนินงานตามหลักนิติธรรมและให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายจะเสริมสร้างความศรัทธาต่อระบบการบริหารงานของรัฐ [9, 10, 11]
– ส่งเสริมความร่วมมือ: เมื่อประชาชนมีความเชื่อมั่นในภาครัฐ พวกเขามีแนวโน้มที่จะให้ความร่วมมือในการดำเนินนโยบายและโครงการต่างๆ ของรัฐมากขึ้น [9, 10, 11]
ผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศโดยรวม: [9, 10, 11] – ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ: ความเชื่อมั่นในภาครัฐเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ [9, 10, 11] – เสริมสร้างความเข้มแข็งของสังคม: การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารงานภาครัฐจะนำไปสู่สังคมที่เข้มแข็งและมีความเป็นประชาธิปไตย [9, 10, 11] – ลดปัญหาการทุจริต: การบริหารงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ช่วยลดโอกาสในการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ [9, 10, 11] – สร้างความยั่งยืน: การบริหารงานที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างมีความรับผิดชอบจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน [9, 10, 11]
8. การคาดการณ์แนวโน้ม
อนาคตจะมีการใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ เช่น AI และ IoT มากขึ้นในการบริหารงานภาครัฐ ซึ่งต้องกำกับดูแลอย่างมีความรับผิดชอบ [9] การให้ความสำคัญกับการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีจริยธรรมจะเพิ่มขึ้น [10] รูปแบบการมีส่วนร่วมของประชาชนจะหลากหลายและสร้างสรรค์มากขึ้นผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล [6] ความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ จะมีความสำคัญยิ่งขึ้น [11] และจะมีความท้าทายใหม่ๆ ด้านจริยธรรมและความเป็นส่วนตัวที่ต้องได้รับการแก้ไข [2, 5]
9. สรุป
บทความนี้สรุปแนวทางการบูรณาการหลักธรรมาภิบาลเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารงานภาครัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักการสากลและไทย โดยเทคโนโลยีดิจิทัลช่วยสนับสนุนหลักธรรมาภิบาลด้านต่างๆ ตัวอย่างเช่น Open Data ส่งเสริมความโปร่งใส แต่การขาดธรรมาภิบาลนำไปสู่ปัญหาทุจริต แนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลควบคู่ธรรมาภิบาล ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพ ส่งเสริมความโปร่งใสและการมีส่วนร่วม และเสริมสร้างความรับผิดชอบ ภาครัฐมีธรรมาภิบาลที่คล้ายคลึงกับภาคส่วนอื่นแต่มีเป้าหมาย ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ความรับผิดชอบ ความโปร่งใส และการตรวจสอบที่แตกต่างกัน ธรรมาภิบาลสำคัญต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและการพัฒนาประเทศ และในอนาคตการใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะและการจัดการข้อมูลอย่างมีจริยธรรมจะเป็นสิ่งสำคัญธรรมาภิบาลยุคดิจิทัลกับการสร้างองค์กรแห่งความสุขคือ กระบวนการเพิ่มขีดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการทำงานโดยอาศัยความสุขของคนในองค์กรเป็นตัวกลางเพื่อให้องค์กร มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมยุคดิจิทัล นำพาองค์กรไปสู่การ
เติบโตอย่างยั่งยืน เน้นการบริหารจัดการ “คน” เป็นหลัก ให้เกิดการทำงานอย่างมีความสุข สถานที่ทำงานน่าอยู่และชุมชนสมานฉันท์สิ่งสำคัญคือ ผู้บริหารหรือผู้นำองค์กรต้องเป็นผู้มีความรู้ทั้งศาสตร์และศิลป์ด้านการบริหารรวมทั้งวิทยาการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีภาวะผู้นำและวิสัยทัศน์สร้างความเชื่อมั่นแก่สมาชิกในองค์กร รู้จักเทคนิคการขับเคลื่อนกลยุทธ์ ไปสู่ความสำเร็จ บริหารงานอย่างมีธรรมาภิบาลและนำหลักการ 5 ให้สู่ความยั่งยืน คือ 1) ให้ความรู้ 2) ให้โอกาส 3) ให้การออม 4) ให้ครอบครัว และ 5) ให้ความก้าวหน้า มาบริหารจัดการองค์กรให้มี ประสิทธิภาพและประสิทธิผล เกิดการยอมรับจากทุกภาคส่วนและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขอย่างยั่งยืน ส่งผล ให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและองค์กรมีความมั่นคงยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
[1] สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.). (2566). แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทยพ.ศ. 2566 – 2570. สืบค้นจาก https://www.google.com/search?q=https://www.dga.or.th/th/content/page/1878/2728/ [2] United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific (UNESCAP).
(n.d.). What is Good Governance?. Retrieved from https://www.google.com/search?q=https://www.unescap.org/what-we-do/good-governance/about [3] World Justice Project. (n.d.). Rule of Law Index. Retrieved from
https://worldjusticeproject.org/rule-of-law-index/ [4] Open Government Partnership. (n.d.). What is Open Government?. Retrieved from
https://www.opengovpartnership.org/process/joining-ogp/open-government-
declaration/ [5] Institute on Governance. (n.d.). Accountability. Retrieved from . https://www.google.com/search?q=https://iog.ca/governance-toolkit/accountability/ [6] The GovLab. (n.d.). The Participation Compass. Retrieved from . https://www.google.com/search?q=https://thegovlab.org/participation-compass.html [7] McKinsey & Company. (n.d.). Digital government. Retrieved from . . https://www.google.com/search?q=https://www.mckinsey.com/industries/public- . sector/our-insights/digital-government
– 8 –
[8] e-Estonia. (n.d.). About Estonia. Retrieved from . https://www.google.com/search?q=https://e-estonia.com/about/ [9] สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.). (2546). พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และ . วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546. ราชกิจจานุเบกษา. [10] World Bank. (n.d.). Governance. Retrieved from . https://www.worldbank.org/en/topic/governance [11] United Nations. (n.d.). Good Governance. Retrieved from . https://www.un.org/ruleoflaw/thematic-areas/governance/บทความอื่น: คลิก


