สัมภาษณ์: นางสาวพีรญา ตั้งสกุล
ตำแหน่ง : ปลัดเทศมนตรีตำบลสวายจีก
ที่ทำงาน : เทศบาลตำบลสวายจีก อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์


อลิษา (ผู้สัมภาษณ์)
ถ้าคนทั่วไปอยากก้าวมาเป็นแบบท่าน ต้องทำอย่างไรบ้างคะ?
ท่าน พีรญา (ผู้ให้สัมภาษณ์) :
“อันดับแรก การที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งปลัด จะต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สามารถศึกษามาทางด้านรัฐศาสตร์หรือสาขาที่เกี่ยวข้องได้ โดยจะต้องเริ่มต้นจากการเข้ารับราชการก่อน เมื่อบรรจุเป็นข้าราชการแล้ว ก็จะเริ่มทำงานในระดับต้นและค่อย ๆ สะสมประสบการณ์ในการทำงานไปเรื่อย ๆ ซึ่งจะมีหลักเกณฑ์กำหนดว่าต้องทำงานมากี่ปีจึงจะมีสิทธิสอบหรือเลื่อนระดับ จากนั้นก็สามารถสอบคัดเลือกเพื่อเลื่อนตำแหน่งขึ้นไป เช่น ตำแหน่งรองปลัด และพัฒนาตนเองจนสามารถดำรงตำแหน่งปลัดได้ ซึ่งการขึ้นสู่ตำแหน่งระดับสูงจำเป็นต้องใช้ทั้งระยะเวลา ประสบการณ์ และคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดค่ะ
พัชรินทร์ (ผู้สัมภาษณ์)
เราจะต้องเตรียมตัวอย่างไร เมื่ออยากทำงานและ ก้าวมาเป็นแบบท่านคะ?
ท่าน พีรญา (ผู้ให้สัมภาษณ์)
“สำหรับผู้ที่สนใจทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรเตรียมตัวหรือมีขั้นตอนในการสมัครสอบอย่างไรบ้างคะ?” ผู้ให้สัมภาษณ์: “ถ้าต้องการทำงานในท้องถิ่น ต้องพยายามติดตามข้อมูลข่าวสารอยู่เสมอว่าช่วงไหนมีการประกาศเปิดสอบ เมื่อมีการประกาศเปิดสอบก็ต้องสมัครและเข้าสู่กระบวนการสอบ การสอบจะมีตั้งแต่ ภาค ก ภาค ข และภาค ค โดยภาค ค จะเป็นการสัมภาษณ์ หลังจากนั้นจะนำคะแนนมาพิจารณาเพื่อจัดทำบัญชีผู้สอบได้ หากเราได้คะแนนดีและอยู่ในลำดับต้น ๆ ก็จะมีโอกาสถูกเรียกมาบรรจุตามลำดับของบัญชี ดังนั้น คนที่ต้องการเข้ารับราชการควรติดตามข่าวสารและเตรียมตัวสำหรับการสอบอยู่เสมอค่ะ”


ประภัสสร (ผู้สัมภาษณ์)
หน้าที่ในสายงานของท่านต้องทำอะไรบ้างคะ และ มีความรับผิดชอบต่อประชาชนในด้านใดบ้างคะ?
ท่าน พีรญา (ผู้ให้สัมภาษณ์) :
“ในฐานะตำแหน่งปลัดเทศบาล มีหน้าที่ควบคุม กำกับ และดูแลการปฏิบัติงานของพนักงานและลูกจ้างในเทศบาล ให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามระเบียบและข้อกฎหมาย นอกจากนี้ยังต้องดูแลการให้บริการประชาชนในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นงานสาธารณสุข งานก่อสร้าง การบำรุงรักษาถนน รวมถึงระบบสาธารณูปการต่าง ๆ โดยมีหน้าที่กำกับและติดตามให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบายมากที่สุด รวมถึงต้องติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานและลูกจ้าง โดยเฉพาะในกรณีที่มีเรื่องร้องเรียนจากประชาชนค่ะ”


อลิษา (ผู้สัมภาษณ์)
ท่านมีแนวทางในการดูแลและแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างไรบ้าง
ท่าน พีรญา (ผู้ให้สัมภาษณ์) :
“อุปสรรคและปัญหาแต่ละอย่างไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นวิธีการแก้ไขก็ต้องดูเป็นกรณี ๆ ไป ต้องพิจารณาว่าในสถานการณ์นั้นเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น และควรมีแนวทางในการแก้ไขอย่างไร สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ ต้องยึดกฎเกณฑ์และความถูกต้องของกฎหมายเป็นหลัก อันดับที่สองคือ การทำงานต้องใช้ระบบทีมเวิร์ก เพราะงานบางอย่างไม่สามารถทำคนเดียวได้ ต้องอาศัยหลายฝ่ายเข้ามาช่วยกันดูแลและแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ต้องติดตามสถานการณ์และประเมินผลอยู่เสมอว่า การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบายมากน้อยเพียงใด โดยหัวใจสำคัญของการทำงานคือ ต้องยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักค่ะ”


อลิษา (ผู้สัมภาษณ์)
นักศึกษารัฐประศาสนศาสตร์ควรเตรียมตัวเข้าสู่การทำงานด้านการบริหารท้องถิ่นอย่างไรบ้างคะ?
ท่าน พีรญา (ผู้ให้สัมภาษณ์) :
“การบริหารท้องถิ่นมีอยู่สองฝ่าย คือ ฝ่ายการเมืองและฝ่ายประจำ ฝ่ายการเมืองมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ดังนั้นประชาชนจึงมีส่วนสำคัญในการเลือกตัวแทนของตนเอง เราควรพิจารณาว่าบุคคลที่สมัครเข้ามามีความตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนหรือไม่ ควรเลือกคนที่มีความรับผิดชอบ มีจิตอาสา และมีความตั้งใจที่จะพัฒนาท้องถิ่นให้เจริญก้าวหน้า ส่วนฝ่ายประจำหรือข้าราชการ หากเรามีความต้องการทำงานราชการ ก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม ศึกษาระเบียบ กฎหมาย และข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ รวมถึงติดตามข่าวสารการเปิดสอบ เมื่อมีการเปิดสอบก็สมัครและสอบเข้ามาทำงาน เมื่อเข้ามาทำงานแล้ว ต้องสะสมประสบการณ์และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง หากมีตำแหน่งว่างและเรามีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ ก็สามารถสอบคัดเลือกเพื่อเลื่อนตำแหน่งขึ้นไปได้ค่ะ”
พัชรินทร์ (ผู้สัมภาษณ์)
ท่านอยากฝากข้อคิดอะไรถึงคนรุ่นใหม่ที่สนใจทำงานเพื่อประชาชนและพัฒนาท้องถิ่นคะ?
ท่าน พีรญา (ผู้ให้สัมภาษณ์) :
“น้อง ๆ เยาวชนถือเป็นกำลังสำคัญและเป็นแกนนำของประเทศในปัจจุบัน โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าอย่างมาก อยากฝากให้น้อง ๆ มีจิตอาสาในการทำงาน เอาใจใส่และดูแลประชาชน รวมถึงทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ในภาคส่วนใด ทุกคนล้วนมีส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศ อีกเรื่องหนึ่งคืออยากให้น้อง ๆ ศึกษากฎหมายและกฎระเบียบให้รอบด้าน เพราะในปัจจุบันโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลต่อความคิดของคนเป็นอย่างมาก เราไม่ควรเชื่อหรือทำตามสิ่งที่เห็นในโซเชียลทันที แต่ควรศึกษาข้อมูลจากหลายด้าน รับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย และรู้กฎหมายก่อนตัดสินใจ หากคนรุ่นใหม่มีความรู้ มีความคิดเป็นของตัวเอง มีจิตอาสา และเข้าใจกฎหมาย ก็จะสามารถเป็นกำลังสำคัญในการช่วยพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าต่อไปได้ค่ะ”


สมาชิกกลุ่ม :
1.นายสรศักดิ์ ประโนรัมย์ 690110128095
2.นางสาวจิราพร ฟองจางวาง 6901128101
3.นางสาวประภัสสร แอะรัมย์ 690110128109
4.นางสาวพัชรินทร์ อินพิทักษ์ 690110128112
5.นางสาวอลิษา ครุฑรัมย์ 6901101280124




