บทความ: หลักกฎหมายปกครอง ทั้งในระดับสากลและของประเทศไทย


หลักกฎหมายปกครอง ทั้งในระดับนานาชาติ (สากล) และของประเทศไทย
หลักกฎหมายปกครองในระดับนานาชาติ (สากล)
แม้จะไม่มี “กฎหมายปกครองระหว่างประเทศ” ที่เป็นกฎเกณฑ์เฉพาะและสมบูรณ์ในตัวเองเหมือนกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมือง (ที่เกี่ยวกับรัฐต่อรัฐ) แต่หลักการสำคัญที่ควบคุมการใช้อำนาจรัฐ ซึ่งเป็นหัวใจของกฎหมายปกครองนั้น ถูกพัฒนามาจาก หลักนิติรัฐ (Legal State) ในระบบกฎหมายภาคพื้นยุโรป (Civil Law) และ หลักนิติธรรม (The Rule of Law) ในระบบกฎหมายแองโกล-อเมริกัน (Common Law) โดยมีจุดมุ่งหมายร่วมกันคือ การควบคุมการใช้อำนาจรัฐไม่ให้เป็นไปตามอำเภอใจ และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน
1. หลักนิติรัฐ (Legal State)
เป็นแนวคิดที่มีรากฐานมาจากทวีปยุโรป โดยเฉพาะเยอรมนีและฝรั่งเศส ซึ่งเน้นการจำกัดอำนาจรัฐด้วยกฎหมาย โดยมีหลักการสำคัญดังนี้:
- หลักความชอบด้วยกฎหมาย (Principle of Legality): ฝ่ายปกครองจะกระทำการใด ๆ ได้ ต้องมีกฎหมายให้อำนาจไว้ (รัฐต้องมีอำนาจตามกฎหมายจึงจะทำได้) และการกระทำนั้นต้องไม่ขัดต่อกฎหมายที่สูงกว่า
- หลักการแบ่งแยกอำนาจ (Separation of Powers): มีการแบ่งอำนาจรัฐเป็น 3 ฝ่าย (นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ) เพื่อให้มีการตรวจสอบถ่วงดุลกัน
- การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน: รัฐธรรมนูญและกฎหมายต้องรับรองและคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน
- การควบคุมตรวจสอบโดยศาล (Judicial Review): การกระทำของฝ่ายปกครองจะต้องถูกตรวจสอบโดยศาล เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย
2. หลักนิติธรรม (The Rule of Law)
เป็นแนวคิดที่มีรากฐานจากประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา เน้นว่า กฎหมายต้องอยู่เหนืออำเภอใจของมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือประชาชน โดยมีหลักการสำคัญตามแนวคิดของ A.V. Dicey และการพัฒนาต่อมา:
- ความสูงสุดของกฎหมาย (Supremacy of Law): ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ
- ความเสมอภาคภายใต้กฎหมาย (Equality before the Law): บุคคลทุกคนจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและศาลเดียวกัน (ในทางปฏิบัติของ Common Law แต่ปัจจุบันประเทศส่วนใหญ่มีศาลปกครองแยกจากศาลยุติธรรม)
- กฎหมายต้องชัดเจนและเป็นธรรม (Due Process): กฎหมายที่ดีต้องประกาศให้ประชาชนทราบโดยทั่วกัน, ไม่มีผลย้อนหลังที่เป็นโทษ, และมีความชัดเจนไม่กำกวมพอที่บุคคลจะสามารถปรับพฤติกรรมให้สอดคล้องได้


|| :—: || หลักกฎหมายปกครองสากลมีรากฐานจากการควบคุมการใช้อำนาจรัฐเพื่อความเป็นธรรม |
หลักกฎหมายปกครองของประเทศไทย
ระบบกฎหมายปกครองไทยได้รับอิทธิพลจากระบบ นิติรัฐ ในภาคพื้นยุโรป (โดยเฉพาะฝรั่งเศสและเยอรมนี) และมีการจัดตั้ง ศาลปกครอง ขึ้นตามแนวคิดระบบศาลคู่ (Duality of Courts) ของฝรั่งเศส เพื่อทำหน้าที่ควบคุมการใช้อำนาจของฝ่ายปกครองเป็นการเฉพาะ หลักการสำคัญในกฎหมายปกครองไทยจึงตั้งอยู่บนหลักนิติรัฐเป็นหลัก และมีหลักการพื้นฐานที่เรียกว่า หลักกฎหมายทั่วไปในกฎหมายปกครอง
1. หลักพื้นฐานตามแนวคิดนิติรัฐ
- หลักความชอบด้วยกฎหมาย (Legality Principle): เป็นหัวใจสำคัญ ฝ่ายปกครองจะกระทำการใดที่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้ ต้องมีกฎหมายให้อำนาจ และต้องไม่กระทำเกินกว่าอำนาจหรือขัดต่อกฎหมาย
- เจ้าหน้าที่รัฐไม่มีสิทธิเสรีภาพบริบูรณ์เหมือนเอกชน การกระทำของรัฐจึงต้องเป็นไปตามกรอบอำนาจที่กฎหมายกำหนด
- หลักการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน: การใช้อำนาจรัฐต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้
- หลักการจัดตั้งศาลปกครอง: มีการจัดตั้ง ศาลปกครอง ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 เพื่อทำหน้าที่พิจารณาคดีพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐกับเอกชน หรือระหว่างหน่วยงานของรัฐด้วยกันเอง อันเนื่องมาจากการใช้อำนาจทางปกครอง
2. หลักกฎหมายทั่วไปในกฎหมายปกครองไทย
หลักการเหล่านี้ แม้จะไม่มีบัญญัติไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในกฎหมายทุกฉบับ แต่ศาลปกครองและฝ่ายปกครองใช้เป็นหลักในการวินิจฉัยและปฏิบัติราชการ ซึ่งได้แก่:
| หลักการ | คำอธิบายโดยสรุป |
| หลักความได้สัดส่วน (Proportionality) | การใช้อำนาจหรือมาตรการทางปกครองจะต้องมีความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ที่ต้องการบรรลุ ไม่หนักหนาเกินความจำเป็น และเป็นทางเลือกที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนน้อยที่สุด |
| หลักความแน่นอนแห่งนิติฐานะ (Legal Certainty) | กฎหมายและการกระทำของฝ่ายปกครองต้องมีความชัดเจน ไม่กำกวม ประชาชนสามารถคาดการณ์ผลของการกระทำของตนได้ |
| หลักการคุ้มครองความเชื่อถือไว้วางใจ (Protection of Bona Fide Reliance) | เมื่อฝ่ายปกครองได้สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนด้วยการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว การเปลี่ยนแปลงการกระทำนั้นภายหลังต้องไม่กระทบกระเทือนความเชื่อถือไว้วางใจของประชาชนที่สุจริตอย่างไม่เป็นธรรม |
| หลักความเสมอภาค (Equality) | ฝ่ายปกครองต้องปฏิบัติต่อบุคคลที่มีข้อเท็จจริงเหมือนกันอย่างเท่าเทียมกัน ห้ามเลือกปฏิบัติโดยพลการ |
| หลักการรับผิดของรัฐ (State Liability) | รัฐต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่เอกชนจากการกระทำหรือละเลยการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ว่าจะเกิดจากการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายหรือการกระทำละเมิด |
| หลักการเปิดโอกาสให้โต้แย้งและรับฟัง (Right to be Heard/Due Process) | ในการออกคำสั่งทางปกครองที่กระทบสิทธิของบุคคล ฝ่ายปกครองต้องให้โอกาสบุคคลนั้นได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอ และได้โต้แย้งแสดงพยานหลักฐานของตนก่อน |
แหล่งอ้างอิงข้อมูล (Reference)
- เอกสารทางวิชาการ/ตำรากฎหมายปกครอง
- วิชากฎหมายปกครองและกฎหมายมหาชนจากสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียง เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
- พระราชบัญญัติหลัก
- พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542: บัญญัติอำนาจศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดี
- พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539: วางหลักเกณฑ์และขั้นตอนการออกคำสั่งทางปกครอง
- พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539: วางหลักเกณฑ์ความรับผิดของรัฐและเจ้าหน้าที่
- คำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด: เป็นแหล่งที่มาของหลักกฎหมายทั่วไปในกฎหมายปกครองไทยที่สำคัญที่สุด
หมายเหตุ: กฎหมายปกครองเป็นกฎหมายที่จัดระเบียบองค์กรและการดำเนินกิจกรรมของฝ่ายปกครองเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์สาธารณะ พร้อมทั้งการคุ้มครองสิทธิของประชาชน ดังนั้นหลักการที่กล่าวมาทั้งหมดจึงมุ่งเน้นการรักษาสมดุลระหว่าง “ประสิทธิภาพของการบริหารรัฐกิจ” กับ “การคุ้มครองสิทธิของเอกชน”
ที่เกี่ยวข้อง: โหลดเพิ่มเติม 🆗
หลักกฎหมายปกครอง ทั้งในระดับสากลและของประเทศไทย
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒
พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙
พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539


