ประชาสัมพันธ์

บทความ: หลักกฎหมายปกครอง ทั้งในระดับสากลและของประเทศไทย

บทความโดย

2,781
แชร์บทความนี้

บทความ: หลักกฎหมายปกครอง ทั้งในระดับสากลและของประเทศไทย

หลักกฎหมายปกครอง

หลักกฎหมายปกครอง ทั้งในระดับนานาชาติ (สากล) และของประเทศไทย

 

หลักกฎหมายปกครองในระดับนานาชาติ (สากล)

แม้จะไม่มี “กฎหมายปกครองระหว่างประเทศ” ที่เป็นกฎเกณฑ์เฉพาะและสมบูรณ์ในตัวเองเหมือนกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมือง (ที่เกี่ยวกับรัฐต่อรัฐ) แต่หลักการสำคัญที่ควบคุมการใช้อำนาจรัฐ ซึ่งเป็นหัวใจของกฎหมายปกครองนั้น ถูกพัฒนามาจาก หลักนิติรัฐ (Legal State) ในระบบกฎหมายภาคพื้นยุโรป (Civil Law) และ หลักนิติธรรม (The Rule of Law) ในระบบกฎหมายแองโกล-อเมริกัน (Common Law) โดยมีจุดมุ่งหมายร่วมกันคือ การควบคุมการใช้อำนาจรัฐไม่ให้เป็นไปตามอำเภอใจ และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน

1. หลักนิติรัฐ (Legal State)

เป็นแนวคิดที่มีรากฐานมาจากทวีปยุโรป โดยเฉพาะเยอรมนีและฝรั่งเศส ซึ่งเน้นการจำกัดอำนาจรัฐด้วยกฎหมาย โดยมีหลักการสำคัญดังนี้:

  • หลักความชอบด้วยกฎหมาย (Principle of Legality): ฝ่ายปกครองจะกระทำการใด ๆ ได้ ต้องมีกฎหมายให้อำนาจไว้ (รัฐต้องมีอำนาจตามกฎหมายจึงจะทำได้) และการกระทำนั้นต้องไม่ขัดต่อกฎหมายที่สูงกว่า
  • หลักการแบ่งแยกอำนาจ (Separation of Powers): มีการแบ่งอำนาจรัฐเป็น 3 ฝ่าย (นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ) เพื่อให้มีการตรวจสอบถ่วงดุลกัน
  • การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน: รัฐธรรมนูญและกฎหมายต้องรับรองและคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน
  • การควบคุมตรวจสอบโดยศาล (Judicial Review): การกระทำของฝ่ายปกครองจะต้องถูกตรวจสอบโดยศาล เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย

2. หลักนิติธรรม (The Rule of Law)

เป็นแนวคิดที่มีรากฐานจากประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา เน้นว่า กฎหมายต้องอยู่เหนืออำเภอใจของมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือประชาชน โดยมีหลักการสำคัญตามแนวคิดของ A.V. Dicey และการพัฒนาต่อมา:

  • ความสูงสุดของกฎหมาย (Supremacy of Law): ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ
  • ความเสมอภาคภายใต้กฎหมาย (Equality before the Law): บุคคลทุกคนจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและศาลเดียวกัน (ในทางปฏิบัติของ Common Law แต่ปัจจุบันประเทศส่วนใหญ่มีศาลปกครองแยกจากศาลยุติธรรม)
  • กฎหมายต้องชัดเจนและเป็นธรรม (Due Process): กฎหมายที่ดีต้องประกาศให้ประชาชนทราบโดยทั่วกัน, ไม่มีผลย้อนหลังที่เป็นโทษ, และมีความชัดเจนไม่กำกวมพอที่บุคคลจะสามารถปรับพฤติกรรมให้สอดคล้องได้

|รูปภาพJustice scale

Justice scale
|| :—: || หลักกฎหมายปกครองสากลมีรากฐานจากการควบคุมการใช้อำนาจรัฐเพื่อความเป็นธรรม |

หลักกฎหมายปกครองของประเทศไทย

ระบบกฎหมายปกครองไทยได้รับอิทธิพลจากระบบ นิติรัฐ ในภาคพื้นยุโรป (โดยเฉพาะฝรั่งเศสและเยอรมนี) และมีการจัดตั้ง ศาลปกครอง ขึ้นตามแนวคิดระบบศาลคู่ (Duality of Courts) ของฝรั่งเศส เพื่อทำหน้าที่ควบคุมการใช้อำนาจของฝ่ายปกครองเป็นการเฉพาะ หลักการสำคัญในกฎหมายปกครองไทยจึงตั้งอยู่บนหลักนิติรัฐเป็นหลัก และมีหลักการพื้นฐานที่เรียกว่า หลักกฎหมายทั่วไปในกฎหมายปกครอง

1. หลักพื้นฐานตามแนวคิดนิติรัฐ

  • หลักความชอบด้วยกฎหมาย (Legality Principle): เป็นหัวใจสำคัญ ฝ่ายปกครองจะกระทำการใดที่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้ ต้องมีกฎหมายให้อำนาจ และต้องไม่กระทำเกินกว่าอำนาจหรือขัดต่อกฎหมาย
  • เจ้าหน้าที่รัฐไม่มีสิทธิเสรีภาพบริบูรณ์เหมือนเอกชน การกระทำของรัฐจึงต้องเป็นไปตามกรอบอำนาจที่กฎหมายกำหนด
  • หลักการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน: การใช้อำนาจรัฐต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้
  • หลักการจัดตั้งศาลปกครอง: มีการจัดตั้ง ศาลปกครอง ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 เพื่อทำหน้าที่พิจารณาคดีพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐกับเอกชน หรือระหว่างหน่วยงานของรัฐด้วยกันเอง อันเนื่องมาจากการใช้อำนาจทางปกครอง

2. หลักกฎหมายทั่วไปในกฎหมายปกครองไทย

หลักการเหล่านี้ แม้จะไม่มีบัญญัติไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในกฎหมายทุกฉบับ แต่ศาลปกครองและฝ่ายปกครองใช้เป็นหลักในการวินิจฉัยและปฏิบัติราชการ ซึ่งได้แก่:

หลักการ คำอธิบายโดยสรุป
หลักความได้สัดส่วน (Proportionality) การใช้อำนาจหรือมาตรการทางปกครองจะต้องมีความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ที่ต้องการบรรลุ ไม่หนักหนาเกินความจำเป็น และเป็นทางเลือกที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนน้อยที่สุด
หลักความแน่นอนแห่งนิติฐานะ (Legal Certainty) กฎหมายและการกระทำของฝ่ายปกครองต้องมีความชัดเจน ไม่กำกวม ประชาชนสามารถคาดการณ์ผลของการกระทำของตนได้
หลักการคุ้มครองความเชื่อถือไว้วางใจ (Protection of Bona Fide Reliance) เมื่อฝ่ายปกครองได้สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนด้วยการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว การเปลี่ยนแปลงการกระทำนั้นภายหลังต้องไม่กระทบกระเทือนความเชื่อถือไว้วางใจของประชาชนที่สุจริตอย่างไม่เป็นธรรม
หลักความเสมอภาค (Equality) ฝ่ายปกครองต้องปฏิบัติต่อบุคคลที่มีข้อเท็จจริงเหมือนกันอย่างเท่าเทียมกัน ห้ามเลือกปฏิบัติโดยพลการ
หลักการรับผิดของรัฐ (State Liability) รัฐต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่เอกชนจากการกระทำหรือละเลยการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ว่าจะเกิดจากการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายหรือการกระทำละเมิด
หลักการเปิดโอกาสให้โต้แย้งและรับฟัง (Right to be Heard/Due Process) ในการออกคำสั่งทางปกครองที่กระทบสิทธิของบุคคล ฝ่ายปกครองต้องให้โอกาสบุคคลนั้นได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอ และได้โต้แย้งแสดงพยานหลักฐานของตนก่อน

แหล่งอ้างอิงข้อมูล (Reference)

  1. เอกสารทางวิชาการ/ตำรากฎหมายปกครอง
  • วิชากฎหมายปกครองและกฎหมายมหาชนจากสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียง เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
  1. พระราชบัญญัติหลัก
  • พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542: บัญญัติอำนาจศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดี
  • พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539: วางหลักเกณฑ์และขั้นตอนการออกคำสั่งทางปกครอง
  • พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539: วางหลักเกณฑ์ความรับผิดของรัฐและเจ้าหน้าที่
  1. คำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด: เป็นแหล่งที่มาของหลักกฎหมายทั่วไปในกฎหมายปกครองไทยที่สำคัญที่สุด

หมายเหตุ: กฎหมายปกครองเป็นกฎหมายที่จัดระเบียบองค์กรและการดำเนินกิจกรรมของฝ่ายปกครองเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์สาธารณะ พร้อมทั้งการคุ้มครองสิทธิของประชาชน ดังนั้นหลักการที่กล่าวมาทั้งหมดจึงมุ่งเน้นการรักษาสมดุลระหว่าง “ประสิทธิภาพของการบริหารรัฐกิจ” กับ “การคุ้มครองสิทธิของเอกชน”

ที่เกี่ยวข้อง: โหลดเพิ่มเติม 🆗

 

หลักกฎหมายปกครอง ทั้งในระดับสากลและของประเทศไทย 

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒

พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙

พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

 

[[[[ หน้าหลัก ]]]]