บทความ, ประชาสัมพันธ์, ภาพกิจกรรม

สรุปวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์ กลุ่ม ฝันร้ายเขาใหญ่

บทความโดย

1,568
แชร์บทความนี้

    เงินตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ คือ ค่าตอบแทนที่จ่ายให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานนอกเวลาปกติ เช่น หลังเลิกงานหรือวันหยุดราชการ โดยต้องมีคำสั่งอย่างเป็นทางการ และอยู่ภายใต้วงเงินงบประมาณที่ได้รับอนุมัติ อัตราการจ่ายขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ลักษณะงาน และเวลาที่ปฏิบัติ โดยส่วนใหญ่จะจ่ายเป็นรายชั่วโมงหรือเหมาจ่าย หน่วยงานต้องจัดทำเอกสารหลักฐานการปฏิบัติงานให้ครบถ้วนก่อนเบิกจ่าย และ  การจ่ายเงินตอบแทนนี้มักใช้กับงานที่มีความจำเป็นเร่งด่วนหรือเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและการบริการประชาชน เช่น งานเวรยาม งานฉุกเฉิน หรือบริการทางการแพทย์ ผู้ปฏิบัติงานต้องลงเวลาทำงานจริง และมีหัวหน้าหน่วยงานรับรอง การเบิกจ่ายต้องเป็นไปตามระเบียบของกระทรวงการคลังหรือหน่วยงานต้นสังกัด การใช้จ่ายต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่ซ้ำซ้อนกับเงินประเภทอื่น เช่น ค่าทำงานล่วงเวลา หรือเบี้ยเลี้ยง และหน่วยงานต้องรายงานการใช้จ่ายต่อผู้มีอำนาจตามที่กำหนด.

นายกฤษณะ ยึนประโคน รหัส 001

      ข้าราชการในพระองค์คือผู้ปฏิบัติหน้าที่ถวายงานโดยตรงแด่พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ เช่น ราชเลขานุการในพระองค์ นายเวร และทหารมหาดเล็กราชองครักษ์ การแต่งตั้งตำแหน่งเหล่านี้มักเป็นการเฉพาะและได้รับความไว้วางใจสูงจากเบื้องบน มีหน้าที่หลักในการดูแลกิจการที่เกี่ยวข้องกับพระราชกรณียกิจ การจัดงานพระราชพิธี และอำนวยความสะดวกในการเดินทางของพระองค์ท่าน โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ สำนักพระราชวัง หน่วยราชการในพระองค์ และสำนักราชเลขาธิการ ทำให้การถวายงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

      คุณสมบัติของผู้ทำงานสรุปได้ว่าต้องมีสิ่งที่ต้องทำเช่นเชื่อมั่นศรัทธาจิตอาสาซื่อสัตย์สุจริตและวินัยห้ามมีประวัติถูกลงโทษจำคุกถูกไล่ออกเป็นบุคคลล้มละลายหรือเป็นผู้มีกาลีสิด คุณสมบัติทั่วไปประกอบด้วยสัญชาติไทยอายุไม่ต่ำกว่า18ปีบริบูรณ์วุฒิการศึกษาตรงตามกำหนดสุขภาพสมบูรณ์และผ่านการเกณฑ์ทหาร นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งเช่นสอบผ่านตามระเบียบมีประสบการณ์มีทักษะเฉพาะด้านและผ่านการสอบภาคกของก.พ. (สำหรับข้าราชการ)

      การเลื่อนระดับตำแหน่งข้าราชการพลเรือน ผู้มีสิทธิเลื่อนตำแหน่งต้องมีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดในมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของสำนักงาน ก.พ. รวมถึงต้องมีประสบการณ์และผลงานที่สอดคล้องกับตำแหน่งที่ต้องการเลื่อนขึ้น ขั้นตอนการประเมินเพื่อเลื่อนตำแหน่งเริ่มจากการยื่นคำขอประเมินพร้อมกรอกแบบประเมินบุคคล (แบบ ปก.1) และแนบเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น ผลงานหรือประวัติการทำงาน จากนั้นคณะกรรมการจะประเมินจากข้อมูลบุคคล ผลงาน และคุณสมบัติอื่นๆ ตามเกณฑ์ที่กำหนด หากผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะได้รับการอนุมัติให้เลื่อนตำแหน่งตามลำดับ

      คำตอบแทนสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลมีหลากหลายรูปแบบ เช่น ค่ารักษาพยาบาลและค่าตรวจที่โรงพยาบาล ค่าทำฟัน ค่าฟื้นฟูหลังผ่าตัด รวมถึงเงินช่วยเหลือฉุกเฉิน ค่าผ่าตัดและการฟื้นฟูสุขภาพ นอกจากนี้ยังรวมถึงการประกันกลุ่มหรือประกันสุขภาพพนักงานในบางบริษัทเอกชน กลุ่มผู้ได้รับสวัสดิการเหล่านี้ครอบคลุมข้าราชการ ลูกจ้างรัฐ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทเอกชน และผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดูแลสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของบุคลากรและประชาชน

นาย ธนพล พูลวงศ์ 005       ตำแหน่งข้าราชการพลเรือน (ส่วนกลาง) สามารถแบ่งตำแหน่งได้ 4 ประเภท คือตำแหน่งประเภทบริหาร ได้แก่ หัวหน้าราชการ รองหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง ทบวง กรม และตำแหน่งอื่นๆ ที่ ก.พ. กำหนดเป็นตำแหน่งประเภทบริหาร ตำแหน่งประเภทอำนวยการ ได้แก่ ตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการที่ต่ำกว่าระดับกรม และตำแหน่งอื่นๆ ที่ ก.พ. กำหนดประเภทอำนวยการ ตำแหน่งประเภทวิชาการ คือ ตำแหน่งที่จำเป็นต้องใช้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ตามที่ ก.พ. กำหนดเพื่อปฏิบัติงานในหน้าที่ตำแหน่งนั้น และ ตำแหน่งประเภททั่วไป คือ ตำแหน่งที่ไม่ใช่ตำแหน่งประเภทบริหาร อำนวยการและวิชาการ มีวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรี ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่ ก.พ.กำหนด

 

       ความก้าวหน้าทางวิชาการในการวางแผนทรัพยากรมนุษย์ (Academic approach to human resource planning) เมื่อมีความก้าวหน้าทางวิชาการขึ้น บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับความก้าวหน้าทางวิชาการ ต้องมีการเปลี่ยนแปลงทั้งโดยตรงและทางอ้อม อาจจะต้องมีการให้ความรู้เกี่ยวกับความก้าวหน้าทางวิชาการที่เกิดขึ้นกับบุคคล สามารถอธิบายแยกได้ดังนี้ การศึกษาต่อ ( Further education) เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะที่เกี่ยวกับงาน  การฝึกอบรม (Training) เข้าร่วมหลักสูตรฝึกอบรมที่จัดโดยภายในหน่วยงานหรือหน่วยงานภายนอกเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะวิชาชีพ  การทำงานในโครงการวิจัย (Research) มีส่วนร่วมในการทำงานวิจัยเพื่อเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ทางวิชาการ  ผลงานวิชาการ (Academic works) การสร้างผลงานวิชาการที่โดดเด่น เช่น บทความวิจัย หนังสือ หรือโครงการวิจัย การมีส่วนร่วมในการบริหารงาน (Management participation) การมีส่วนร่วมในการบริหารงานด้านวิชาการและงานสนับสนุน การมีประสบการณ์ (Experience) การมีประสบการณ์ในการทำงานระดับกลุ่มหรือองค์กร และ การได้รับความไว้วางใจจสกผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน

       การทดสอบเพื่อเลือกสรรบุคคลเข้าทำงาน กรณี การตรวจสอบโรคภัย ประกอบไปด้วย การทดสอบความสัมฤทธิ์ในการทำงาน (Achievement test) คือ การสำเร็จที่บุคคลได้รับความพยายามด้วยการทำงานอย่างใดอย่างหนึ่ง อาจทำการทดสอบในด้าน เช่น Education test, Trade test และPerformance test การทดสอบถนัด (Aptitude test) คือการทดสอบความสามารถทางกายและสติปัญญาของคนที่จะเรียนรู้งานภายในเวลากำหนด เหมาะสำหรับคนที่ยังไม่เคยทำงานมาก่อน การทดสอบสติปัญญา (Intelligence test) ทดสอบเชาว์ปัญญา คือการตรวจสอบความฉลาดหรือปฏิภาณ ไหวพริบ ของบุคคล เพื่อประโยชน์ในการเลือสรรตามตำแหน่งต่างๆ การทดสอบความสนใจ ( Interest test) คือการสืบค้นให้ทราบว่าคนหนึ่งๆ สนใจสิ่งใดและมากน้อยเพียงใด และการทดสอบบุคลิกภาพ (Personality test) คือ การให้ทราบว่าบุคคลสามารถเข้ากับบุคคลอื่นได้ดีเพียงใดและสามารถจูงใจคนอื่นคล้อยตามได้ขนาดไหน

       ผู้เป็นสมาชิก กบข. และการเลือกรับเงินบำนาญรายเดือน คือ ผู้ที่ยังไม่ต้องการตัดขาดจากระบบราชการ จะเป็นข้าราชการบำนาญและรัฐยังอุดหนุน อธิบายแยกได้ดังนี้ เงินก้อนจสก กบข. เป็นเงินชดเชย เงินประเดิม เงินสะสม เงืนสมทบและเงินจากผลประโยชน์ตอบแทน เงินบำนาญรายเดือน คำนวณจากเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย คูณอายุราชการทั้งหมด หารด้วย 50 แต่ต้องได้รับไม่เกิน 70% 3.เงินบำเหน็จบำรุงดำรงชีพ คือ 15 เท่าของเงินบำนาญรายเดือน โดยได้ไม่เกิน 4 แสนบาท แบ่งจ่าย 2 ครั้ง ครั้งแรก ได้ไม่เกิน 2 แสนบาท และครั้งสองจะได้รับหลังปลดเกษียณ ต้องอายุครบ 65 ปี และ4. เงินบำเหน็จตกทอด เมื่อผู้รับบำนาญถึงแก่กรรม บำเหน็จจะตกทอดแก่ทายาท 30 เท่าของบำนาญรายเดือน

นายธนชัย ไชยศิริ 004

       หน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่ราชการ แบ่งออกเป็นรัฐวิสาหกิจและองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ โดยรัฐวิสาหกิจมีลักษณะเป็นนิติบุคคล ดำเนินงานในลักษณะธุรกิจ เช่น การไฟฟ้า ปตท. การรถไฟ และไปรษณีย์ไทย มักจัดตั้งโดยพระราชบัญญัติหรือจดทะเบียนแบบบริษัทจำกัด ส่วนองค์กรอิสระ เช่น กกต. ป.ป.ช. สตง. ศาลรัฐธรรมนูญ มีหน้าที่เฉพาะด้าน ไม่ขึ้นตรงกับฝ่ายบริหาร และต้องรายงานต่อสาธารณะ นอกจากนี้ยังมีองค์กรอื่น ๆ เช่น องค์การมหาชน หน่วยงานในกำกับรัฐ มูลนิธิที่รัฐสนับสนุน หรือธนาคารของรัฐ ซึ่งบางแห่งจัดเป็นรัฐวิสาหกิจด้วย

      การแบ่งประเภทของหน่วยงานภาครัฐตาม “แผนแม่แบบ” แบ่งออกเป็นหลายประเภท ได้แก่ หน่วยงานราชการ (เช่น กระทรวง กรม จังหวัด) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบจ. เทศบาล อบต.) รวมถึงหน่วยงานของรัฐประเภทอื่น เช่น รัฐวิสาหกิจ (จัดตั้งโดยพระราชบัญญัติหรือจดทะเบียนเป็นบริษัท) องค์การมหาชน (ด้านการศึกษา วิจัย บริการเฉพาะทาง) และองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ (เช่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน) นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานในกำกับของรัฐ เช่น มูลนิธิที่รัฐสนับสนุน และสถาบันวิจัยที่รัฐลงทุน

       การเลือกสรรในราชการไทยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้บุคคลที่เหมาะสมกับตำแหน่ง โดยยึดหลักเกณฑ์ตามกฎหมายราชการอย่างชัดเจนและยุติธรรม ขั้นตอนเริ่มจากการประกาศรับสมัคร ตรวจสอบคุณสมบัติ สอบหรือสัมภาษณ์ จัดอันดับ และบรรจุแต่งตั้ง ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติพื้นฐาน เช่น มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่าที่กำหนด และไม่มีลักษณะต้องห้าม เช่น วิกลจริต ติดยาเสพติด หรือเคยต้องโทษจำคุก กระบวนการนี้มุ่งเน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อให้ได้บุคลากรที่มีคุณภาพเข้ารับราชการ.

      การลาเข้าตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพล เป็นสิทธิที่สามารถลาได้ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร โดยมักใช้สิทธิ “ลาปฏิบัติราชการตามกฎหมาย” หรือ “ลากิจ” แล้วแต่ระเบียบของหน่วยงาน ผู้ลา ต้องแนบสำเนาหมายเรียก เช่น สด.35 หรือ สด.43 พร้อมใบลาล่วงหน้า ระยะเวลาลาขึ้นอยู่กับวันนัดและการเดินทาง และยังคงได้รับเงินเดือนตามปกติ ไม่ถือเป็นการขาดงาน หากมีใบรับรองจากหน่วยทหารควรแนบหลังจากกลับมาทำงานด้วย.

นาย ธิบดินทร์ ชัยวิเศษ 006

       ภาพนี้อธิบายหลัก 3R ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ภาครวม ได้แก่:
1. Recruitment (การสรรหา): การคัดเลือกบุคลากรที่เหมาะสมกับองค์กร ผ่านการรับสมัคร สัมภาษณ์ และทดสอบความสามารถ 2. Retention (การรักษาบุคลากร): การดูแลและรักษาบุคลากรให้อยู่กับองค์กรอย่างมีความสุข ด้วยสวัสดิการดี โอกาสความก้าวหน้า และบรรยากาศการทำงานที่ดี 3. Retraining (การฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรใหม่): การเพิ่มพูนความรู้และทักษะใหม่เพื่อให้บุคลากรสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อการเปลี่ยนแปลง

     ภาพนี้แสดงรายละเอียดลักษณะและงานของหน่วยงานรัฐ โดยแบ่งออกเป็นหัวข้อสำคัญ ได้แก่
1. วิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยมหลักขององค์กร (Vision, Mission, Core Values) เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงาน 2. โครงสร้างองค์กร (Organizational Structure) ที่แสดงลำดับขั้นและหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน 3. ผลลัพธ์ขององค์กร (Expected Outcomes) ซึ่งเน้นการให้บริการที่ตรงความต้องการของประชาชน
4. ขอบเขตของงาน (Scope of Work) และอำนาจหน้าที่ทางกฎหมาย (Legal Authority and Functions)
5. การจัดประเภทขององค์กร (Organizational Type) เพื่อระบุลักษณะของหน่วยงานนั้น ๆทั้งหมดนี้มุ่งเน้นให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารและบริการภาครัฐอย่างสูงสุด

      ภาพนี้อธิบายเกี่ยวกับการทดสอบเพื่อคัดสรรบุคคลเข้าทำงาน โดยเป็นกระบวนการประเมินความสามารถและคุณสมบัติของผู้สมัคร ประกอบด้วย 5 วิธีหลัก ได้แก่: 1. การสอบมีลักษณะเป็นกลุ่ม (Assemble Test) – สอบพร้อมกันในเวลาและสถานที่เดียวกัน 2. การสอบไม่มีลักษณะเป็นกลุ่ม (Unassemble Test) – ใช้ใบสมัครหรือข้อมูลสัมภาษณ์ 3. การสอบปฏิบัติ (Performance Test) – ให้ปฏิบัติงานจริงเพื่อดูทักษะเฉพาะ 4. การสอบแบบปากเปล่า (Oral Test) – สัมภาษณ์เพื่อประเมินความคิดเห็นและการแสดงออก 5. การตรวจสุขภาพ (Medical and Physical Test) – ตรวจร่างกายทั่วไปเพื่อดูความพร้อมในการทำงาน

       สวัสดิการคือผลประโยชน์ที่รัฐจัดให้แก่ข้าราชการเพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เช่น ค่ารักษาพยาบาล เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษา ค่าเบี้ยเลี้ยง และบ้านพักราชการ โดยสวัสดิการจะจัดให้ตามความเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องเท่าเทียมกัน แต่ต้องตอบแทนอย่างเป็นธรรมตามฐานะของแต่ละบุคคล.

นายรณชัย ปลั่งกลาง 013

นายกฤษณะ ยึนประโคน รหัส 001

นายธนชัย ไชยศิริ รหัส 004

นายธนพล พูลวงศ์ รหัส 005

นายธิบดินทร์ ชัยวิเศษ รหัส 006

นายรณชัย ปลั่งกลาง รหัส 013