

สัมภาษณ์ : นายวรากรณ์ เวทย์ไธสง
ตำแหน่ง : นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ
ที่ทำงาน : องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองแฝก
แนะนำผู้สัมภาษณ์


พิธีกรภานุวัฒน์ : สวัสดีครับ พวกเรานักศึกษาจากมหาวิทลัยราชภัฏบุรีรัมย์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์สาขารัฐประศาสนศาสตร์ ขอตอนรับเข้าสู่การสัมภาษณ์ในวันนี้นะครับ วันนี้เราจะพูดคุยกันในหัวข้อ “รัฐประศาสนศาสตร์”
พิธีกรจิตติมา : ช่วยแนะนำตัวเองนิดนึงค่ะว่าชื่ออะไร มาจากหน่วยงานไหนและตอนนี้ทำงานในตำแหน่งอะไรอยู่คะ
ผู้ถูกสัมภาษณ์ : สวัสดีครับ พี่ชื่อ นายวรากรณ์ เวทย์ไธสง ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองแฝก อำเภอลําปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์
พิธีกรจักรพงษ์ : ช่วยอธิบายความหมายของ “รัฐประศาสนศาสตร์” ให้ฟังหน่อยครับ
ผู้ถูกสัมภาษณ์ : รัฐประศาสนศาสตร์หรือเรียกง่ายๆว่าการบริหารรัฐกิจ คือการศึกษาเกี่ยวกับบริหารและการจัดการงานของภาครัฐ เพื่อให้นโยบายของรัฐและการดำเนินงานต่างๆ บรรลุผลสำเร็จและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน โดยไม่เน้นการแสวงหากำไรเหมือนภาคธุรกิจเอกชน
หน้าที่ความรับผิดชอบต่อองค์กร


พิธีกรภานุวัฒน์ : ช่วยอธิบายหน้าที่ความรับผิดชอบในตำแหน่งที่ทำอยู่ให้ฟังหน่อยครับว่ามีหน้าที่ความรับผิดชอบอะไรบ้างครับ
ผู้ถูกสัมภาษณ์ : ตัวพี่เองนะ ตำแหน่งนักจัดการงานทั่วไป ก็สังกัดอยู่องค์การบริหารส่วนตำบลนะครับ อบต.พี่อยู่สำนักปลัดนะครับ งานของพี่ที่ได้รับมอบหมายให้ทำคือในสำนักงานตอนนี้ จะมีงานเกี่ยวกับการประชุม งานสารบัญ งานนิติกร งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมไปถึงงานของวิชาการสาธาณสุขบางส่วน ก็คืองานเกี่ยวกับกู้ชีพ กู้ภัย ครับ แล้วก็งานที่ได้รับมอบหมายอย่างอื่นของนายก นายกท่านก็จะมอบหมายให้ ไปประชุมบ้าง ไปทำธุระ ไปราชการแทนบ้าง เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไปเนี่ย โดยรวมแล้วอยู่ในองค์กรก็คือ คุณต้องรู้งานทุกกอง คือทั่วไปเหมือนชื่อตำแหน่ง รู้งานกองคลัง รู้งานกองช่าง รู้งานสำนักปลัด และก็รู้งานที่ไม่ได้ขึ้นตรงต่อกองใดก็คืองานตรวจสอบภายในครับ
แนวทางการเรียนรัฐประศาสนศาสตร์และอยากเป็นอย่าง…ต้องทำอย่างไรบ้าง


พิธีกรกฤษฎา : อยากให้แนะนำแนวทางการเรียนรู้รัฐประศาสนศาสตร์ว่ามีแนวทางการเรียนรู้อย่างไรบ้างและถ้าอยากเป็นอย่างผู้ถูกสัมภาษณ์ ต้องทำอย่างไรบ้างครับ
ผู้ถูกสัมภาษณ์ : รัฐประศาสนศาสตร์ มันคือวิชา “การบริหารงานเมืองและบริการประชาชน” ให้มีประสิทธิภาพที่สุดนั่นเองครับให้มองเป็น 4 เรื่องหลักๆ นี้ก่อนเลย
บริหารคนและองค์กร: จะจัดโครงสร้างหน่วยงานรัฐยังไง วางคนแบบไหนให้ทำงานลื่นไหล
ทำนโยบายสาธารณะ: วางแผนแก้ปัญหาบ้านเมือง ตั้งแต่เริ่มคิดนโยบาย นำไปใช้ จนถึงวัดผลว่ารอดหรือร่วง
บริหารเงินงบประมาณ: รัฐได้เงินมาจากไหน จัดสรรงบยังไงให้คุ้มค่าและไม่รั่วไหล
ธรรมาภิบาลและความโปร่งใส: บริหารยังไงให้ตรวจสอบได้ ไม่คอรัปชัน และแคร์ประชาชนจริงๆ
ทริกในการเรียนยุคนี้: พยายามติดตามข่าวสารบ้านเมืองแล้วลองวิเคราะห์ตามครับ เช่น เห็นนโยบายรัฐอันนึง ออกมาแล้วปังเพราะอะไร หรือพังเพราะติดขัดตรงไหน ผสมกับการดูเรื่อง Digital Government (การเอาแอปพลิเคชัน เอาเทคโนโลยีมาใช้ในภาครัฐ) จะช่วยให้มองภาพออกไวขึ้นเยอะเลยครับ และถ้าอยากเป็นอย่างพี่ เราต้องผ่านการสอบก่อนนะครับ ไม่ได้สอบแค่ครั้งเดียว ถ้าจำไม่ผิด สอบประมาณ 15-16 สนามครับ มีทั้งสอบท้องถิ่น มีทั้งสอบปลัดอำเภอ มีทั้งสอบปลัด อบต. จนมาสอบติดตำแหน่งนักพัฒนาชุมชน 3 แล้วก็ไปบรรจุ ครั้งแรกก็ที่องค์การบริหารส่วนตำบลบึงปรือ อำเภอเทพารักษ์ จังหวัดนครราชสีมา ครับ อยู่ที่นั้น 1 ปี 2 เดือน ในตำแหน่งพัฒนาชุมชน แล้วก็ได้ย้ายมาดำรงตำแหน่งที่ องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองแฝก ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไปครับ พออยู่มาได้สักพักทางกรม ทางกระทรวงก็เปลี่ยนจากระบบ ซี ( เมื่อก่อนจะมีระบบ ซี1 ซี2 ซี3 ) เปลี่ยนจากระบบซี เป็นระบบแท่ง พอเข้าระบบแท่ง ก็เปลี่ยนชื่อตำแหน่งใหม่ เป็นนักจัดการงานทั่วไปครับ ในส่วนที่ว่าจะให้แนะนำเรื่องการสอบ พี่สอบระเบียบเมื่อก่อน ระเบียบเมื่อก่อนมันไม่เหมือนระเบียบปัจจุบัน ปัจจุบันพวกน้องๆที่สอบก็คือคุณต้องผ่านภาค ก ของส่วนกลางใช่ไหมครับ แต่พี่สอบเมื่อก่อนเนี่ยมันจะเป็นสอบจบที่นั้นเลยที่เดียว ก็คือสอบภาค ก ภาค ข พอมีการประกาศผล เว้นระยะไปสักพักก็จะเรียกผู้ที่สอบได้มาสอบสัมภาษณ์ แล้วก็บรรจุ บรรจุนี่ก็บรรจุก็คือระเบียบเดิมก็คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อื่น สามารถขอใช้บัญชีร่วมได้นะครับ มันก็เลยง่ายหน่อย ในการที่จะสอบบรรจุเมื่อสมัย 17 ปีที่แล้ว เพราะพี่รับราชการมาแล้ว 17 ปี ไม่รวมเป็นลูกจ้างนะ ถ้ารวมเป็นลูกจ้างก็เยอะครับ เพราะว่าพี่ได้ทำงานเป็นลูกจ้างตอนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก็ได้ทำงานเป็นหน้าห้องท่านนายอำเภอแล้ว เป็นอยู่ 5 ปี แล้วก็เป็นหน้าห้องท่านนายกเทศมนตรีลำปลายมาศอยู่บึงปรือครับ ระหว่างที่เป็นหน้าห้องก็สอบติดนะครับ สอบติดก็รอเรียกบรรจุครับ


พิธีกรสันติภาพ : ช่วยแนะนำน้องๆที่กำลังศึกษา “รัฐประศาสนศาสตร์” ว่าเรียนจบแล้วมีแนวทางการประกอบอาชีพในสายงานไหนบ้างครับ
ผู้ถูกสัมภาษณ์ : ถ้าเป็น รปศ.ก็ มาหน่วยงานราชการ น้องก็สอบได้ทั้งปลัดอำเภอ ปลัด อบต. เจ้าหน้าที่ อบต. แต่ก็ไม่ได้มีแค่สายงานราชการ เรียน รปศ. จบมาไม่ได้เป็นได้แค่ข้าราชการ แต่มันคือวิชาการบริหารจัดการที่เอาไปต่อยอดได้กว้างมาก มองง่ายๆ เป็น 3 สายนี้เลยครับ
สายงานรัฐ: ข้าราชการ นักวิเคราะห์นโยบายฯ, ปลัด, HR, พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือทหาร-ตำรวจสายอำนวยการ
สายงานเอกชน: HR บริหารคน, เจ้าหน้าที่บริหารโครงการ (Project Manager), งาน Admin/Operations หรือสายประสานงานภาครัฐ (Government Relations)
สายสังคมและวิจัย: ทำงานมูลนิธิ, องค์กรระหว่างประเทศ (เช่น UN) หรือเป็นนักวิจัยนโยบาย
ถ้าน้องๆ อยากโดดเด่นในตลาดงานยุคนี้ แค่วิชาบริหารอย่างเดียวอาจไม่พอ ลองเก็บ สกิลไอที/Data เพิ่มอีกนิด กับ ภาษาอังกฤษ รับรองว่าเนื้อหอมทั้งฝั่งรัฐและเอกชนแน่นอนครับ


สรุป : สุดท้ายนี้พี่อยากฝากน้องๆทุกคนเมื่อเรียนจบแล้ว เปิดใจและมองให้กว้าง รปศ. ไม่ใช่แค่การท่องจำทฤษฎี แต่คือการทำความเข้าใจ “คน” และ “ระบบ” เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดให้สังคม ฝึกฝนทักษะรอบด้าน นอกจากเกรดเฉลี่ยแล้ว ทักษะการสื่อสาร การคิดวิเคราะห์ และการทำงานร่วมกับผู้อื่นคือหัวใจสำคัญของการทำงานจริง ไม่ว่าจะทำงานในหน่วยงานเอกชนหรือรับราชการ ขอให้น้องๆทุกคนยึดหลักการบริหารงานแบบโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้และจงภูมิใจในงานของตนเองที่ได้ปฏิบัติครับ
สมาชิกในกลุ่ม :
- นายจักรพงษ์ อินเสก รหัสนักศึกษา 690132801002
- นายสันติภาพ สุขสำราญ รหัสนักศึกษา 690132801013
- นางสาวจิตติมา ดีบุก รหัสนักศึกษา 690132801017
- นายภานุวัฒน์ ปริตรวา รหัสนักศึกษา 690132801028
- นายกฤษฎา ครองสี รหัสนักศึกษา 690132801030
นักศึกษาสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ ภาค กศ.บป. รุ่น 69 หมู่ 1


