ข่าวนักศึกษา, ประชาสัมพันธ์, ภาพกิจกรรม

เรื่อง : การประยุกต์ใช้หลักธรรมาภิบาลและนวัตกรรมภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

บทความโดย

57
แชร์บทความนี้

เรื่อง : การประยุกต์ใช้หลักธรรมาภิบาลและนวัตกรรมภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

สัมภาษณ์ : นาย พรเทพ สมบูรณ์รัมย์

ตำแหน่ง : นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านยาง

ที่ทำงาน : องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านยาง

สมาชิกในกลุ่มทั้งหมดได้แก่

นายธนวัฒน์ ประถมราช     007

นายสิทธิศักดิ์ อัคราช         014

นายอนุชา เดชโคตร           015

นางสาวปาหนัน กรวยทอง  021  

นางสาวรุ่งฟ้า คนการ          022

นางสาวสุกัญญา ยินดีรัมย์   024

 

เรื่อง : การประยุกต์ใช้หลักธรรมาภิบาลและนวัตกรรมภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

แนะนำผู้สัมภาษณ์

พิธีการรุ่งฟ้า : (สวัสดีค่ะ นางสางรุ่งฟ้า)

เรื่อง : การประยุกต์ใช้หลักธรรมาภิบาลและนวัตกรรมภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ผู้สัมภาษณ์นายก : นาย พรเทพ สมบูรณ์รัมย์ 

ตำแหน่งนายก : นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านยาง

พิธีการนางสาวรุ่งฟ้า : ในฐานะผู้บริหารสูงสุดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบหลัก (Core Responsibilities) ของท่านนายกในการขับเคลื่อนนโยบายและการบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนมีอะไรบ้างคะ

ผู้สัมภาษณ์นายก : ในฐานะผู้บริหารสูงสุดของ อบต. ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบหลักของผม สามารถแบ่งออกเป็น 3 มิติสำคัญ ตามหลักการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นครับ

      มิติที่ 1 : ด้านการบริหารและกฎหมาย (Statutory & Administrative Role) หน้าที่ตามกฎหมายคือการเป็นผู้กำหนดนโยบายและควบคุมดูแลการบริหารราชการของ อบต. ให้เป็นไปตาม ... สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล รวมถึงแผนพัฒนาท้องถิ่น โดยผมมีหน้าที่กำกับดูแลข้าราชการและพนักงานส่วนตำบลให้ทำงานด้วยความโปร่งใส ยึดหลักธรรมาภิบาล (Good Governance) และคุ้มค่าเงินภาษีของประชาชนมากที่สุด

     

 มิติที่ 2 : ด้านการบริการสาธารณะและนวัตกรรม (Public Service & Innovation) หน้าที่หลักที่สำคัญที่สุดคือ การบริการสาธารณะ (Public Service) ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน ถนน ประปา ไฟฟ้า ไปจนถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและเด็ก ยิ่งในยุคปัจจุบัน เราปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบราชการต้องปรับตัว ผมจึงผลักดัน Smart อบต. นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยลดขั้นตอน (Bureaucracy) เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการของรัฐได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น เช่น ระบบร้องเรียนออนไลน์อย่างที่เราเห็นในสมาร์ทโฟนนี้ครับ

      

มิติที่ 3 : ด้านการสร้างการมีส่วนร่วม (Public Participation) การทำงาน อบต. จะคิดจากบนลงล่าง (Top-down) ไม่ได้ หน้าที่ของผมคือการเป็นสะพานเชื่อม นำปัญหาจากล่างขึ้นบน (Bottom-up) ผ่านการทำประชาคมหมู่บ้าน ให้ชาวบ้านร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตรวจสอบ เพื่อให้นโยบายทุกอย่างตอบโจทย์ความเดือดร้อนที่แท้จริงและเกิดความยั่งยืนในชุมชน

       สรุปสั้นๆ คือ หน้าที่ของนายก อบต. ไม่ใช่การใช้อำนาจสั่งการ แต่คือการบริหารทรัพยากรที่มีจำกัด เพื่อส่งมอบบริการสาธารณะที่ดีที่สุดและสร้างประโยชน์สุขให้เกิดกับพี่น้องประชาชนในตำบลอย่างยั่งยืนครับ

หน้าที่ความรับผิดชอบในงาน

พิธีการธนวัฒน์ (สวัสดีครับนายธนวัฒน์) : ทางรัฐประศาสนศาสตร์ ทรัพยากรและงบประมาณมักมีจำกัด ในฐานะนายก อบต. คุณมีหลักการบริหารจัดการ (Management) อย่างไรให้ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม?

ผู้สัมภาษณ์นายก : ในทาง รปศ. งบประมาณมีจำกัด แต่ความเดือดร้อนของชาวบ้านมีไม่จำกัด หลักการบริหารของผมสั้นๆ คือ จัดลำดับความสำคัญ และ ดึงประชาชนมาร่วมคิด ครับ

1. ยึดความเดือดร้อนเร่งด่วน (Prioritization) : โครงการไหนเกี่ยวกับปากท้อง โครงสร้างพื้นฐาน หรือความปลอดภัยของชาวบ้าน ต้องได้รับการอนุมัติและทำก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อความคุ้มค่า (Efficiency) สูงสุด

 2. ใช้กระบวนการประชาคม (Public Participation) : เราให้ชาวบ้านโหวตเลือกโครงการจากล่างขึ้นบน (Bottom-up) เพื่อให้เงินภาษีถูกใช้อย่างตรงจุด ทั่วถึง และเป็นธรรมที่สุดตามความต้องการจริงของชุมชนครับ

พิธีการปาหนัน (สวัสดีค่ะนางสาวปาหนัน) : เมื่อต้องเจอกับความขัดแย้งในชุมชน หรือความ คิดเห็นที่แตกต่างกันในการทำโครงการพัฒนา ท่านมีวิธีบริหารจัดการและ ไกล่เกลี่ยผลประโยชน์ ของทุกฝ่ายอย่างไรคะ

ผู้สัมภาษณ์นายก เมื่อมีความคิดเห็นที่แตกต่าง สิ่งสำคัญที่สุดคือการเปลี่ยนความขัดแย้งให้เป็นการรับฟัง โดยผมใช้หลักการบริหาร 2 ข้อครับ

 1. เปิดพื้นที่กลางเพื่อพูดคุย (Deliberative Platform) : เราจะนำทุกฝ่ายที่เห็นต่างมานั่งโต๊ะเดียวกัน ชี้แจงด้วยข้อเท็จจริงและกฎหมายอย่างโปร่งใส เพื่อหาจุดสมดุลที่ชุมชนได้ประโยชน์ร่วมกันมากที่สุด

 2. ใช้มติประชาคมเป็นข้อยุติ (Public Consensus) : หากยังหาข้อสรุปไม่ได้ เราจะให้สิทธิคนในชุมชนเป็นผู้ตัดสินผ่านการทำประชาคมหมู่บ้าน เพื่อให้ผลลัพธ์ออกเป็นที่ยอมรับและสร้างความยั่งยืนให้โครงการครับ

พิธีการสิทธิศักดิ์ (นายสิทธิศักดิ์) : ท่านนำหลักธรรมาภิบาล (Good Governance) เช่น ความโปร่งใส และการตรวจสอบได้ มาปรับใช้กับการบริหารงานใน อบต. อย่างไรเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับชุมชนครับ. 

ผู้สัมภาษณ์นายก การสร้างความเชื่อมั่นต้องเริ่มจาก ความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้จริง ซึ่ง อบต. ของเราเน้นย้ำใน 2 ส่วนสำคัญครับ

 1. เปิดเผยข้อมูลผ่านระบบดิจิทัล (Open Government) : เรานำงบประมาณ รายละเอียดโครงการ และผลการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด ขึ้นระบบออนไลน์และบอร์ดประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ชาวบ้านสามารถเข้าถึงและร่วมตรวจสอบ (Accountability) ได้ทุกขั้นตอน

 2. เปิดสภา อบต. ให้มีส่วนร่วม (Civic Oversight) : เราเชิญชวนผู้นำชุมชนและตัวแทนชาวบ้านเข้ามาร่วมสังเกตการณ์การประชุม เพื่อรับรู้การจัดสรรงบประมาณอย่างทั่วถึง เมื่อภาครัฐโปร่งใส ประชาชนก็เกิดความไว้วางใจ (Public Trust) ในการทำงานครับ

 

แนวทางการเรียนรัฐประศาสนศาสตร์และอยากเป็นอย่าง……ต้องทำอย่างไรบ้าง

พิธีการสุกัญญา (นางสาวสุกัญญา) : ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมาก อบต. มีการนำนวัตกรรมการบริการสาธารณะ (Public Service Innovation) หรือระบบดิจิทัลมาปรับใช้เพื่อลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก (Bureaucracy) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวบ้านอย่างไรบ้างคะ

ผู้สัมภาษณ์นายก : ปัจจุบัน อบต.บ้านยาง ของเราได้ทรานส์ฟอร์มไปสู่การเป็น Smart อบต. เพื่อลดขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อน (Bureaucracy) โดยเน้นย้ำใน 2 ส่วนสำคัญครับ

 1. ระบบรับเรื่องร้องเรียนและบริการออนไลน์ (E-Service) : เรานำแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามาใช้ ให้ชาวบ้านสามารถแจ้งเหตุด่วน เหตุร้าย หรือยื่นคำร้องต่างๆ ผ่านสมาร์ตโฟนได้ทันทีโดยไม่ต้องเดินทางมาที่สำนักงาน

 2. การบูรณาการข้อมูลเพื่อความรวดเร็ว (Data Integration) : เราลดขั้นตอนการใช้เอกสารและการรอคอย ช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลและลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนได้อย่างฉับไว ทันต่อสถานการณ์ และตอบสนองต่อประโยชน์สุขของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

พิธีการนายอนุชา (สวัสดีครับนายอนุชา) : สุดท้ายนี้ในฐานะที่พวกเราเป็นนักศึกษาคณะรัฐประศาสนศาสตร์ ที่ศึกษาเกี่ยวกับการบริหารงานภาครัฐ หากพวกเรามีเป้าหมายที่อยากจะเติบโตไปเป็นผู้นำท้องถิ่นที่ประสบความสำเร็จและสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างท่านนายก พวกเราควรมีแนวทางการเรียนรู้ และต้องเตรียมความพร้อมในด้านทักษะหรือคุณลักษณะใดเป็นพิเศษบ้างครับ

ผู้สัมภาษณ์นายก สำหรับน้องๆ นักศึกษา รปศ. ทุกคนที่มีความฝันอยากจะก้าวเข้ามาเป็นผู้นำท้องถิ่นเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ผมขอแนะนำแนวทางการเตรียมความพร้อมและทักษะสำคัญ 3 ด้านหลักๆ ดังนี้ครับ

1. เปลี่ยนจาก ความรู้ในตำรา สู่ ความเข้าใจในพื้นที่ (Practical Learning)วิชา รปศ. ที่น้องๆ เรียนในห้องเรียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโครงสร้างองค์กร นโยบายสาธารณะ หรือกฎหมายการกระจายอำนาจ นั่นคือฐานรากที่สำคัญมากครับ แต่สิ่งที่จะทำให้น้องประสบความสำเร็จในฐานะผู้นำท้องถิ่น คือการเอาทฤษฎีเหล่านั้นมาปรับใช้ให้เข้ากับวิถีชีวิตจริงของชาวบ้าน ผู้นำที่ดีต้องเข้าถึงง่าย ติดดิน และหมั่นลงพื้นที่เพื่อฟังเสียงของประชาชนจากล่างขึ้นบน (Bottom-up) เพราะปัญหาที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในกระดาษ แต่อยู่ในชุมชนครับ

2. เพิ่มพูนทักษะด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมภาครัฐ (Digital & Innovation Skills) โลกยุคปัจจุบันเปลี่ยนไปเร็วมาก ผู้นำท้องถิ่นยุคใหม่จะทำงานแบบเดิมๆ ไม่ได้แล้ว น้องๆ ต้องฝึกฝนและเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อนำมาสร้างนวัตกรรมการบริการสาธารณะ (Public Service Innovation) ลดขั้นตอนระบบราชการที่ยุ่งยากซับซ้อน และเปลี่ยนองค์กรให้เป็น Smart อบต. เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที

 3. ยึดมั่นใน คุณธรรมและจิตสาธารณะ (Public Mind & Integrity) ทักษะและความสามารถเป็นสิ่งที่ฝึกฝนกันได้ แต่ คุณลักษณะ ที่สำคัญที่สุดของผู้นำท้องถิ่นคือการมีจิตสาธารณะ พร้อมที่จะเสียสละและเป็นที่พึ่งให้กับชาวบ้านในวันที่เขามีความทุกข์ และต้องซื่อสัตย์สุจริต ยึดหลักธรรมาภิบาลในการบริหารเงินภาษีทุกบาททุกสตางค์ของประชาชนอย่างโปร่งใสที่สุด

สุดท้ายนี้ สรุป : ผมอยากฝากบอกน้อง ว่า การเมืองท้องถิ่นไม่ใช่เรื่องของอำนาจ แต่คือเรื่องของ โอกาสในการรับใช้และพัฒนาบ้านเกิด ขอให้น้อง ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน นำความรู้จากคณะรัฐประศาสนศาสตร์มาพัฒนาทักษะตนเองอยู่เสมอ และวันข้างหน้า….ท้องถิ่นของเราจะรอต้อนรับผู้นำรุ่นใหม่ไฟแรงอย่างพวกน้อง มาร่วมขับเคลื่อนความสุขไปด้วยกันครับ

ขอบคุณครับ/ขอบคุณค่ะ