ข่าวนักศึกษา, งานประกันคุณภาพการศึกษา, ประชาสัมพันธ์

ผลงานนักศึกษาสรุปสถิติเพื่อการวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์

บทความโดย

142
แชร์บทความนี้

Loading

สถิติวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์ คือ การนำเครื่องมือและกระบวนการทางสถิติมาประยุกต์ใช้ในการเก็บรวบรวม วิเคราะห์ และตีความข้อมูล เพื่อตอบคำถามหรือแก้ปัญหาด้านการบริหารภาครัฐ นโยบายสาธารณะ และการบริการประชาชน
ความสำคัญและประโยชน์
    • สนับสนุนการตัดสินใจ ช่วยให้ผู้บริหารประเทศตัดสินใจบนฐานข้อมูลจริง ไม่ใช่ความรู้สึก
    • ประเมินผลนโยบาย ใช้ตรวจสอบว่าโครงการของรัฐประสบความสำเร็จหรือคุ้มค่าเงินงบประมาณหรือไม่
    • เข้าใจพฤติกรรม ช่วยวิเคราะห์ความพึงพอใจของประชาชนต่อการบริการของรัฐ
    • คาดการณ์อนาคต ใช้พยากรณ์แนวโน้มทางเศรษฐกิจ สังคม หรือประชากรเพื่อวางแผนแม่บท

สถิติที่นิยมใช้ในการวิจัย
  1. สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics)ใช้สรุปภาพรวมของข้อมูล เช่น
      • ค่าเฉลี่ย (Mean) และ ร้อยละ (Percentage) ใช้รายงานจำนวนผู้เข้ารับบริการ หรือระดับความพึงพอใจ
      • ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) ใช้ดูความกระจายตัวของความคิดเห็นประชาชน

  2. สถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistics) ใช้ทดสอบสมมติฐานเพื่อหาข้อสรุปจากกลุ่มตัวอย่างไปยังประชากร เช่น
    • t-test / ANOVA ใช้เปรียบเทียบผลลัพธ์ (เช่น เปรียบเทียบประสิทธิภาพก่อนและหลังนำระบบดิจิทัลมาใช้)
    • การวิเคราะห์การถดถอย (Regression Analysis) ใช้หาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จขององค์กร หรือปัจจัยที่ส่งผลต่อการทุจริต
ตัวอย่างหัวข้อวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์ (Public Administration) โดยตามขอบข่ายเนื้อหาหลักที่นิยม
1. นโยบายสาธารณะและการประเมินผล (Public Policy & Evaluation)
    • การประเมินผลสัมฤทธิ์ของนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในการลดความเหลื่อมล้ำ
    • ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบาย Net Zero ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    • ผลกระทบของนโยบายสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดต่อคุณภาพชีวิตของครอบครัวรายได้น้อย

2. การบริหารองค์กรภาครัฐและทรัพยากรมนุษย์ (Public Organization & HR)
    • ปัจจัยแรงจูงใจในการบริการสาธารณะ (PSM) ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของข้าราชการรุ่นใหม่
    • ความพร้อมในการปรับตัวสู่ระบบราชการดิจิทัล (Digital Government) ของบุคลากรภาครัฐระดับท้องถิ่น
    • ผลกระทบของรูปแบบการทำงานแบบ Hybrid Work ต่อความผูกพันในองค์กรของพนักงานรัฐวิสาหกิจ

3. การปกครองท้องถิ่นและการกระจายอำนาจ (Local Governance & Decentralization)
    • บทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการภัยแล้งอย่างยั่งยืน
    • การพึ่งพาตนเองทางการคลังและความสามารถในการจัดบริการสาธารณะของเทศบาลขนาดเล็ก
    • รูปแบบการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นผ่านช่องทางออนไลน์

4. ธรรมาภิบาลและการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ (Good Governance & NPM)
  • การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) กับการลดการทุจริต
  • ความพึงพอใจและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการให้บริการผ่านระบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Service)
  • การจัดการเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในการจัดการขยะชุมชน